<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แท็กซี่หมดอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปัจจุบันมีระบบรถสาธารณะให้บริการหลากหลายประเภท รถแท็กซี่เป็นหนึ่งในรถสาธารณะที่ได้รับความนิยม และก็เป็นหนึ่งในรถสาธารณะที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดในสารพัดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธผู้โดยสารด้วยข้ออ้างสารพัด โกงค่าโดยสาร พูดจาไม่สุภาพ ไม่กดมิตเตอร์ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกในฐานะที่กำกับดูแลก็พยายามที่จะออกมาควบคุมบรรดาเหล่ารถแท็กซี่ที่นอกลู่นอกทาง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถกำจัดได้หมดเสียที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับรถแท็กซี่หมดอายุการใช้งาน ที่ยังคงวิ่งเกลื่อนให้บริการอยู่ในทุกวันนี้ ซึ่งท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พีระพล ถาวรสุภเจริญ ได้ออกมาระบุอย่างชัดเจน ว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การฝ่าฝืนใช้รถแท็กซี่ครบอายุการใช้งาน มารับจ้างรับ-ส่งผู้โดยสาร ส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้เกิดข้อร้องเรียนจากประชาชน ทั้งยังมีความผิดตามกฎหมาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อป้องปรามการกระทำผิด ควบคุมกำกับดูแลความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถสาธารณะให้แก่ประชาชน กรมการขนส่งทางบกได้จัดผู้ตรวจการขนส่งลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบและจับกุมผู้ฝ่าฝืนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งกำชับว่า หากพบการกระทำผิดดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 5 (10) ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และยึดแผ่นป้ายทะเบียนรถทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังคงแนะนำประชาชนงดใช้บริการรถแท็กซี่หมดอายุการใช้งานแล้ว และหากพบเห็นขอให้แจ้งข้อมูลมายังกรมการขนส่งทางบก เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อสังเกตว่ารถแท็กซี่ใดหมดอายุนั้น ให้สังเกตที่ หมวดอักษรบนแผ่นป้ายทะเบียน กรณีรถแท็กซี่นิติบุคคล หมวดที่ครบอายุการใช้งานแล้ว ประกอบด้วย ทฉ, ทต, ทท, ทธ, ทน, ทพ, ทม, ทย, ทร, ทล กรณีรถแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลือง หมวดที่ครบอายุการใช้งานแล้ว ประกอบด้วย ทจ, มก, มข, มค, มง, มจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งแนะนำให้สังเกตสภาพตัวรถเพิ่มเติม โดยตัวรถต้องมั่นคงแข็งแรงต่อการใช้บริการอย่างปลอดภัย, มีโป๊ะไฟบนหลังคา, ป้ายไฟแสดงสถานะ, ข้อความ &amp;ldquo;แท็กซี่บุคคล&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ชื่อนิติบุคคล&amp;rdquo; หมายเลขทะเบียนรถและข้อความ &amp;ldquo;ร้องเรียนแท็กซี่ โทร.1584&amp;rdquo; ไว้ที่ประตูตอนหน้าด้านนอกทั้งสองข้าง, ภายในรถมีบัตรประจำตัวผู้ขับรถ (บัตรสีเหลือง) แสดงไว้บริเวณที่นั่งผู้โดยสารตอนหน้า ซึ่งจะระบุข้อมูลรถ ชื่อและรูปถ่ายผู้ขับรถซึ่งต้องถูกต้องตรงกัน มีมาตรค่าโดยสารและอัตราค่าโดยสารเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้เพื่ออะไร ก็เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของตัวเราเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรมการขนส่งยังระบุอีกว่า รถแท็กซี่ที่มีอายุเกิน 9 ปี นับแต่วันจดทะเบียน เมื่อครบอายุการใช้งานแล้วต้องส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนและใบคู่มือจดทะเบียนรถ เพื่อแจ้งระงับทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ครบอายุการใช้งาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงต้องถอดอุปกรณ์ส่วนควบของรถแท็กซี่ เช่น โป๊ะไฟ มิเตอร์ และห้ามนำไปใช้รับจ้างรับ-ส่งผู้โดยสารโดยเด็ดขาด หากต้องการใช้รถเพื่อการส่วนตัว ต้องแจ้งเปลี่ยนประเภทจดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และห้ามนำมารับจ้างรับ-ส่งผู้โดยสาร พบฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 21 ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชนหากพบเห็นการกระทำดังกล่าว พบรถสาธารณะไม่ปลอดภัย หรือการลักลอบให้บริการผิดกฎหมายทั้งรถแท็กซี่หมดอายุการใช้งาน รถจักรยานยนต์ป้ายดำ แจ้งสายด่วน 1584
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไก็ตาม ทั้งหมดนี้คือขั้นตอนการดำเนินงานของกรมการขนส่งทางบก ที่จัดทำขึ้นเพิ่มกำกับดูแลในด้านความปลอดภัยของประชาชน แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับพบว่า รถแท็กซี่ที่หมดอายุจำนวนมากยังคงวิ่งให้บริการตามท้องถนน แทบทุกซอกทุกมุม และยังคงมีประชาชนใช้บริการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้จะถามว่าประชาชนไม่รู้หรือว่ารถแท็กซี่เหล่านั้นหมดอายุการใช้งานแล้ว บอกแล้วว่าไม่รู้ ซึ่งสาเหตุที่ประชาชนไม่รู้นั้น ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากกรมการขนส่งทางบกเองที่ยังขาดด้านการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสร้างข้อมูลอย่างแท้จริง อาจจะมีประกาศแล้ว แต่คงประกาศเสียงเบาเกินไปหรือเปล่าจึงทำให้ประชาชนไม่ได้รับข่าวสาร คงต้องฝากทานอธิบดีกรมการขนส่งเร่งดำเนินการโดยด่วน ก่อนที่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะบานปลายไปจนแก้ไม่ได้อย่างรถตู้โดยสารนะคะท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่โพสต์ในเพจ &amp;quot;กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News&amp;quot; เพื่อข้อความขอความร่วมมือจากประชาชน งดใช้บริการรถแท็กซี่ที่หมดอายุที่แอบให้บริการ เพื่อความปลอดภัยและได้รับบริการที่มีคุณภาพ อย่างเดียวมันไม่น่าจะกระจายได้ทั่วถึงแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญช่วย &amp;nbsp;ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31360</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย  ค้ายาดี​​​​​​​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีได้ก็ต้องมีเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือพีดีพี 2018 ได้มีความชัดเจนว่า ในปลายแผนจะมีกำลังการผลิตไฟเพิ่มเป็น 77,211 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 46,090 เมกะวัตต์ โดยในจำนวนนี้จะมีประมาณ 25,310 เมกะวัตต์ ที่จะถูกปลดออกจากระบบ และจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้น 56,431 เมกะวัตต์ ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 20,766 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ 500 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าระบบโคเจเนอเรชั่น 2,112 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าความร้อนร่วม 13,156 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าถ่านหิน/ลิกไนต์ 1,740 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าใหม่/ทดแทน 8,300 เมกะวัตต์ และรับซื้อจากต่างประเทศ 5,857 เมกะวัตต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากแผนพีดีพีดังกล่าวนั้นจะทำให้เห็นถึงนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐช่วงปี 61-80 ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าขยะ 400 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐ 120 เมกะวัตต์ รวม 520 เมกะวัตต์ ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี) ประกอบด้วย ชีวมวล 3,376 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ 546 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 10,000 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2,725 เมกะวัตต์ พลังงานลม 1,485 เมกะวัตต์ ขยะอุตสาหกรรม 44 เมกะวัตต์ รวมแล้วจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ตามแผนเออีดีพี 18,176 เมกะวัตต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการส่งเสริมของภาครัฐ ล่าสุดคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า ใบอนุญาตระบบจำหน่ายไฟฟ้า ใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (อ.1) และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตไฟฟ้า (รง.4) ให้แก่ บริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ (อำนาจเจริญ) จำกัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลของ บริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ (อำนาจเจริญ) จำกัด ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 26 &amp;nbsp;เมกะวัตต์ (MW) ใช้กากอ้อย ใบอ้อย และชิ้นไม้สับ เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.น้ำปลีก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561 กกพ.ได้มีมติให้ชะลอโครงการการดังกล่าวไปก่อน เนื่องจากมีกลุ่มอนุรักษ์ และกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกพ.เพื่อขอให้ระงับการอนุญาตและตรวจสอบข้อเท็จจริงในการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่อาจจะไม่ครอบคลุม และยังมีความห่วงใยกับผลกระทบต่อความเป็นอยู่ และสิ่งแวดล้อมในชุมชนรอบโรงไฟฟ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้ครอบคลุมข้อร้องเรียน และประเด็นผลกระทบที่มีนัยสำคัญอย่างครบถ้วน โดยระบุไว้ในเงื่อนไขเฉพาะในท้ายใบอนุญาต กกพ.ได้รับทราบมาตรการเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ข้อวิตกกังวลของประชาชนเพิ่มเติมตามที่ตัวแทนกลุ่มบริษัทมิตรผลได้แสดงเจตจำนงยินดีที่จะจัดทำมาตรการดังกล่าว เพื่อเป็นโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลต้นแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ในการดูแลผลกระทบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งหากพบว่าฝ่าฝืนหรือไม่มีการปฏิบัติ และเกิดมลพิษและผลกระทบสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดให้หยุดการผลิตได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมย้ำว่าการดำเนินงานของ กกพ.ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารจัดการ และเคารพสิทธิต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงานเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่บัญญัติไว้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากนี้ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าโรงไฟฟ้าเก่าที่หมดอายุ และโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะต้องสร้างขึ้นมาทดแทนนั้นจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานั้นไม่ว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าประเภทใด ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์,พลังงานหมุนเวียน, ลม, น้ำ หรือพลังงานสะอาดต่างๆ ต่างก็ถูกคัดค้านจากกลุ่มประชาชนบางกลุ่มที่มีเหตุผลสาระพัดเหตุของการไม่ยอมรับโรงไฟฟ้า บ้างก็เพื่อส่วนรวม บ้างก็เพื่อประโยชน์ส่วนตัว บ้างก็เพื่อพวกพ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่ว่าจะเพื่อใครก็ตาม มีได้ก็ต้องมีเสีย ความเจริญมันมาพร้อมกับความสูญเสียแน่นอน ดังนั้นเมื่อต้องการความเจริญเข้ามาก็ต้องยอมรับความสูญเสีย แต่ต้องทำให้ความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นนั้นมันน้อยที่สุด และที่สำคัญคือต้องรู้จักใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีคุณค่า เพราะคุณ 1 คนก็สามารถรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานได้เหมือนกัน. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญช่วย &amp;nbsp;ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30014</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย  ค้ายาดี​​​​​​​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใจป้ำแจกดะ(หาเสียง)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงนี้ดูเหมือนรัฐบาลจะใจป้ำ ลุยแจกดะ โดยเฉพาะกับผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4 มาตรการในช่วง 10 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561-ก.ย.2562 ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปาหลังจากที่จ่ายไปแล้ว ทางกรมบัญชีกลางจะโอนเงินชดเชยค่าไฟฟ้า/น้ำประปา เข้ากระเป๋าเงิน e-Money ตามจำนวนที่ผู้มีสิทธิได้ชำระไว้ตามจริง ทุกวันที่ 18 ของเดือน โดยจะเริ่มจ่ายเดือนแรก 18 ก.พ.2562 นอกจากนี้ยังแจกเงินให้เที่ยวปีใหม่อีก 500บาทต่อคน เริ่มในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค.นี้ และยังจ่ายเงินค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพอีก 1,000 บาทให้กับผู้สูงอายุ 1,000 บาท ทุกวันที่ 21 ของเดือน ซึ่งจะเริ่มจ่ายเดือนแรก วันที่ 21 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่หมด ยังมีเงินค่าเช้าบ้านอีก 400 บาทสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่มีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป ที่มีภาระค่าเช่าบ้านและไม่มีที่พักอาศัย จะได้รับเงินช่วยเหลือในทุกวันที่ 12 ของเดือน ซึ่งจะเริ่มจ่ายเดือนแรกวันที่ 12 ธ.ค.2561 นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีโครงการช็อปช่วยชาติใน 3 สินค้า คือ ยางพารา หนังสือ และสินค้าโอท็อป เริ่มใช้ตั้งแต่ 15 ธ.ค.2561 ถึง 15 ม.ค.2562 นี้ กำหนดวงเงินใช้จ่ายนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทต่อราย คาดจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาวันที่ 4 ธ.ค.61 ยังไม่หมด เพราะล่าสุด รมว.การคลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ได้ออกมาระบุอีกว่า เตรียมคืนแวตอีก 5% ในวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อรายแก่ประชาชนที่จับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเดบิตในสินค้าที่มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยโครงการนี้จะใช้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือระหว่างวันที่ 1 ถึง 15 ก.พ.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเบื้องต้นนั้นโครงการคืนแวตแก่ประชาชนนี้ คาดว่า จะใช้เงินประมาณ 6-7 พันล้านบาท แต่จะขอวงเงินเผื่อไว้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยรัฐบาลจะเริ่มคืนเงินในวันที่ 15 มี.ค.2562 ผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนผ่านบัตรประชาชนเท่านั้น โดยรัฐบาลจะขอให้สถาบันการเงินยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจัดทำบัตรเดบิตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง ก็ยังแจกไม่หยุด แจกเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้แจกซิมการ์ดฟรีแก่ผู้มีรายได้น้อย ให้สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์และข่าวสารที่มีความสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชเกษตร ราคาสินค้าเกษตร โดยระบุรูปแบบการแจกไว้ 2 แบบ คือ 1.สำหรับประชาชนที่มีซิมการ์ดที่สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้อยู่แล้ว จะให้เป็นการเพิ่มปริมาณอินเทอร์เน็ตให้ฟรี 2.สำหรับประชาชนที่ยังไม่มีซิมการ์ดที่สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้ จะมีการแจกซิมการ์ดฟรี เพื่อนำไปใช้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระบุว่าเป้าหมายที่แจกซิมการ์ดนั้น เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้บริการเพื่อศึกษาหาความรู้ ไม่ใช่เพียงแค่การเล่นเกมหรือดูหนังเพื่อความบันเทิงเท่านั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ นั้น โดยอ้างว่าเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ก็ยังสร้างขอกังขาให้กับประชาชนว่า จริงหรือที่ช่วยผู้มีรายได้น้อย เพราะถ้าพิจารณาแล้วช่วงเวลาที่อนุมัตินั้น ต่างใกล้เคียงกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.2562 เสียจริง ถ้าไม่เรียกว่าหาเสียงเลือกตั้งแล้วจะเรียกกันว่าอะไรได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานนี้เดือดร้อนถึง รมว.การคลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ที่กำกับดูแลการเงินของประเทศออกมาเต้น และ &amp;quot;ยืนยันว่า มาตรการต่างๆ ที่เราออกมานั้น ไม่ได้ทำเพื่อการหาเสียง แต่เป็นโครงการต่อเนื่องที่เราทำมาตลอด โดย 2 ปีก่อน เราทำช็อปช่วยชาติ เพราะการบริโภคลดลงหรืออยู่ที่ 1% แต่ขณะนี้ การบริโภคอยู่ที่ 4% ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ในบางสินค้ายังต้องช่วยเหลือ ส่วนมาตรการคืนแวต ก็เพื่อพยุงให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เกิน 4% ซึ่งตอนนี้เราก็คาดว่าจะขยายได้ในระดับ 4% ต้นๆ หากว่าเศรษฐกิจตกลง การใช้มาตรการต่างๆ จะต้องมีมาตรการแรงเพื่อดึงขึ้นมา แต่กรณีนี้เราใช้มาตรการเพื่อพยุง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามาตรการที่ออกมานั้นจะเป็นการหาเสียงหรือไม่หาเสียง สิ่งเดียวที่รัฐบาลควรที่จะรีบดำเนินการ เร่งรัดแก้ไขปัญหาให้โดยเร็วคือปากท้องของชาวบ้านที่ขณะนี้กำลังผจญกับปัญหารายได้ไม่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปทุกหย่อมหญ้า ซึ่งต่างจากประกาศของหน่วยงานภาครัฐที่มักจะออกมาพูด มาเสนอหน้าเสมอว่าเศรษฐกิจดีอย่างนั้น อย่างนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงสัยมันดีตรงไหนถ้าดีแล้วทำไมประชาชนชาวนา ชาวสวนถึงยังออกมาเรียกร้องให้ดูแลพืชผลทางการเกษตรไม่หยุดไม่หย่อนกันอีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญช่วย &amp;nbsp;ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23382</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย  ค้ายาดี​​​​​​​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
